2007/Mar/02

แฮะๆ- - ไม่ได้มาอัพบล็อคนี้เลย....

เกือบจำพาสไมได้แล้ว....

วันนี้มาเพื่อบอกว่า....

กลับไปสิ่งสู่อยู่ที่เดิมแล้วค่ะT T

ที่นี่น้า lasanya.exteen.com นะคะ=O= บล็อคซานเอง.... อัพบ่อยๆ 55+

โฮลดิ่งแบล็ค อัพเพิ่มไปแล้วเยอะแยะเลย=O="""" ตอนนี้กำลังจะรวมเล่มด้วย^^

แล้วก็มีช็อตฟิคเข้ามาเยอะแยะเลย หมอยุนโฮก็อัพเพิ่ม(55+)

ยังไงก็ฝากบล็อคนู้นด้วยนะคะ เพราะต่อจากนี้ไป ฟิคซานก็จะอัพจากทางนู้นอะแหล่ะ

2006/Dec/05

มาIntro ตอน 13^^

ฮุฮุ........

เนื่องจาก Holding back the tears ในตอนที่ 13 นี้เดินทางมาถึงจุดไคลแมกซ์แล้ว....
แอบดีใจเล็กน้อย.....

ลางสังหรณ์บอกว่าเรื่องนี้มันต้องจบแน่ๆ..... หึหึหึ(ถ้าไม่จบจะเป็นไรไหมอะ???=[]=)

สำหรับคนที่ถามถึงเรื่อง หมอยุนโฮ....

ขอพักเรื่องนั้นไว้สักพัก.... ขอแต่งเรื่องนี้ให้จบก่อนนะคะ...

ตั้งใจจะพักทุกเรื่องไว้แล้วรีบปั่นเรื่องนี้ ไม่ใช่ว่าจะไม่อัพนะคะ เรื่องอื่นๆอะแต่นานๆจะอัพที...

หมายเหตุที่ต้องหมายหัวให้เรื่องจบก็เพราะ...
อยากแฮปปี้เบิร์ดเดย์ตัวเองอะคะ...

อยากให้จบกอนวันเกิดไม่ก็ในอาทิตย์ที่เกิดพอดีเป๊ะๆ...

เอาเป็นว่าไม่พล่ามมากแล้ว....มาอ่านIntro 13 กันดีกว่าค่ะ...


"ลุงอยากให้ยุนโฮดูแลตัวเองให้มากกว่านี้......ทำไมถึงปฏิเสธที่จะอยู่ที่โรงพยาบาลนี่นัก...."

"ร่างกายผมก็ยังปกติดีนี่ครับ...จะเข้าโรงพยาบาลทำไม?...."

"แต่...."

"เถอะน่า....ผมสัญญาว่าจะดูแลตัวเองให้ดี...ลุงหมอก็ห้ามบอกเรื่องนี้กับไอ้ยูชอนแล้วก็แม่ของด้วยนะคัรบ....." ร่างสูงเปลี่ยนกิริยาบถ สองขาแกร่งลุกยืนจากรถเข็น

"เดี๋ยวยุนโฮ....."

"ผมมีคนต้องดูแล.....ผมไม่สามารถทนเห็นเขาเป็นอะไรไปต่อหน้าต่อตาได้อรกแล้ว.....ฝากด้วยนะครับลุง..."

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ร่างบางแย้มยิ้มน่ารัก พลางเขยิบเข้าไปใกล้ๆก่อนจะยกถ้วยข้าวต้มร้อนๆ ตักแล้วเป่าเบาๆก่อนจะเอามาจ่อที่ริมฝีปากของร่างสูง..

ยุนโฮมองข้าวต้มในมือคนกวนประสาท ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าแจจุงกำลังเล่นสงคราวประสาทกับเขาอยู่ .... ร่างนั้นค่อยๆเขยิบเข้ามาใกล้อีกนิด จนหน้าอยู่ห่างกันไม่ถึง15 เซน ด้วยซ้ำ

"อ้ามมมม....พี่ต้องกินเยอะๆ....จะได้แข็งแรง...." แจจุงส่งยิ้มบางๆ... ยุนโฮมองร่างตรงหน้าอย่างครุ่นคิด

"ถ้าฉันไม่แข็งแรงล่ะ?"

"ผมก็จะปกป้องพี่ไง....."

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


แววตาเย็นชายังคงทอประกายวิบวับ.... บัดนี้ร่างสูงตรงหน้า... ไม่ใชปาร์ค ยูชอนยที่เขารู้จักอีกต่อไป..... จะทำเช่นไรจึงจะได้ ยูชอนแสนดีคนนั้นคืนมา.... ใบหน้าเล็กก้มหน้าลง หมายจะหลบหน้ายูชอนที่เดินสวนมา....

ทว่า....

หมับ!!


กลับถูกรั้งไว้ด้วยแขนยาวๆของยูชอนที่กางออกมา... มือหนารวบเอวเล็กคอด ก่อนจะกระชากเข้ามาที่ซอกเล็กแคลบระหว่างห้อง ใบหน้าคมคลอเคลียอยู่บริเวณต้นคคอข้าว ก่อนจะเอ่ยบางอย่าง....

"ขอให้เรื่องเมื่อคืนเป็นบรเรียนสำหรับนาย.....หากนายกล้าแตะแม้แต่ปลายผมของแจจุง...."

"จะให้ฆ่านายทั้งเป็นก็ยังทำได้....."

ได้ยินดังนั้นทำเอาร่างทั้งร่างแทบทรุดลงกับพื้น.... ยูชอนเดินห่างออกไปอย่างไร้เยื่อใย... ทันใดนยั้นเอง หยาดน้ำตาที่กักเก็บมานาน ไหลรินอีกครั้ง ความเจ็บปวดหนาวเหน็บหัวใจแผ่ซ่านทุกอณูขน... จุนซูทรดตัวลงอย่างหมดแรง....

เขาควรจะหยุดเรื่องเลวร้ายนี้ไม่ให้ทำร้ายตัวเขาเองซักที....
อย่าต้องทำร้ายใครไปมากกว่านี้เลย...

"เจ็บมากพอรึยัง....จุนซู"

เสียงพึมพำเบาๆก่อนจะถูกกลบทับด้วยเสียงครางสะอื้นไห้.... ที่ไร้คนปลอบประโลม

+++++++++++++++++++++++

แก๊ก....แก๊ก....แก๊ก.....

"โป๊ก!!!"

"โอ้ย....นายมาเคาะหัวฉันทำไม?!"

ยูฮวานลูบหัวปอยๆ ก่อนจะหัวมาส่งค้อนวงใหญ่ให้ชางมิน ร่า.โปร่งกระแอมหัวเราะครู่หนึ่งก่อนจะตีสีหน้าเคร่งขรึมอย่างเดิม

"ใครว่าฉันเคาะหัวนาย...เคาะไล่ตตัวขี้เกียจต่างหาก....."

"เชอะ!!!"

"งอนรึไง?"

"เปล๊า....."

ยูฮวานลากเสียงสูงเป็นเด้กๆไ ชางมินอดขำไมได้....

"นายนี่ดีนะ.....ยูฮวาน...."

"หา....."

"อย่างน้อยถึงนายจะกวน....หื่น...ลามก....จกเปรต....."

"=_= ฉันดีตรงไหนบ้างเนี่ย...."

"ดีสิ.....อย่าน้อยนายก็จริงใจกว่า......"

"จริงใจกว่าคนบางคน....."

+++++++++++++++++++++++++++++

TBC Full part 13

2006/Dec/05

Im Sorry........
Part 10.......


ฉันขอโทษ.....

คำแรกที่เอ่ยออกมาทำลายความเงียบอย่างกล้าหาญจากยุนโฮ....


เราทั้งสองเงียบ.....
และไม่มีใครคิดจะพูดอะไรออกมา.....

เราทั้งสองคนรู้....
ต่างก็จมอยู่กับความคิดของตัวเอง....

ไม่เป็นไรหรอกครับ....ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร....แค่ตกใจ.....

แค่ตกใจเท่านั้นหรือ คิม แจจุง..... แน่ใจหรอ....
ร่างบางถามตัวเองกับคำตอบที่ตอบออกไป..... แค่ตกใจ.....

.......แล้วทำไมถึงรู้สึกว่าน้ำตามันจะไหลอย่างนี้ล่ะ.....
รู้แต่ว่ามองข้างหน้าไม่ชัดเลย....ทำไมมันมัวอย่างนี้ล่ะ....

แจจุงหันหน้าไปทางอื่น...... ถ้าเป็นตอนกลางวัน ถ้ามีแสงสว่างมากกว่านี้ยุนโฮคงจะเห็น..... เห็นว่ากำลังทำเรื่องน่าสมเพช..... ร้องไห้..... มีประโยชน์อะไรกัน..... มือเพรียวปาดน้ำตาออกลวกๆ

โธ่......เงียบอีกแล้ว.....พี่ยุนโฮอย่าซีเรียสสิ.....เรื่องแค่นี้เอง.....พี่ยุนโฮไม่ได้เป็นไข้หวัดนกซักหน่อย.....แจจุงผลักร่างสูงเบาๆ

แกจะบ้าหรอ.......หึหึ

เสียงกลั้นขำของยุนโฮทำอีกฝ่ายรู้สึกสบายใจ..... อย่างน้อยวันนี้ก็มีอะไรดีๆเข้ามาบาง..... ยุนโฮยิ้มให้ ยุนโฮหัวเราะ.... และวันนี้.... ยุนโฮแสนจะอ่อนโยน....

แค่นี้ก็สุขใจแล้ว.....
ต้องการอะไรมากกว่านี้อีกล่ะ คิม แจจุง.....




ไม่นานนักทั้งสองก็เดินมาถึงที่จอดรถ ยุนโฮเปิดประตูให้แจจุง ตอนนี้ร่างบางหมดเรี่ยวแรงจะเสียดสีหรือใส่ไฟอะไรให้ร่างสูงแล้ว รู้แต่ว่าวันนี้เหนื่อยทั้งกายแล้วก็ใจ ร่างบางยอมขึ้นรถแต่โดยดี ผิดกับตอนมาถนัด

แจจุงลงนั่งได้ไม่ถึงนาทีก็ผล็อยหลับไป ทิ้งให้ยุนโฮหลงพูดคนเดียวอยู่นาน กว่าจะรู้สึกตัวได้ว่าไอ้คนที่นั่งอยู่ข้างๆหลับไปแล้ว ก็ตอนหันมาขอความคิดเห็นนี่ล่ะ

แจจุงพิงกระจกข้างตัวเองหลับน้ำลายยืดไม่สนใจใคร ยุนโฮเห็นดังนั้นจึงเข้าจอดรถที่ฟุตบาทข้างทาง ร่างสูงหยิบกระดาษทิชชู่ที่มักจะติดตัวไว้เสมอ เช็ดน้ำลายที่มุมปาก คิม แจจุง ที่เขา ทั้งเกลียด ทั้งรำคาญ แจจุงขยับตัวเล็กน้อยหันมาที่ด้านของยุนโฮ มือเพรียวกอดอกตัวเองเพราะความเย็นของแอร์ในรถแผ่เข้ามาปะทะผิวขาวๆ ของตน

ยุนโฮมองภาพตรงหน้าอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจถอดเสื้อนอกของตัวเองออก แล้วห่มให้คนที่นอนอยู่ แต่ดูเหมือนสวรรค์จะไม่ค่อยเป็นใจเท่าไรเพราะคนหน้าสวยอยู่ดีๆก็ลืมตาตื่นขึ้นมา ทำเอายุนโฮที่กำลังจะห่มผ้าให้สะดุ้งสุดตัว ร่างสูงแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น แจจุงมองเสื้อนอกของคนใจร้ายพร้อมกับยิ้มให้ยุนโฮ

นี่อะไรครับ......แจจุงถาม

ยุนโฮสวนกลับมาทันที ก็แค่สงสารคนบ้าที่รู้อยู่ว่าอากาศหนาวก็ยังจะอุตส่าห์ใส่มาแค่เสื้อยืดตัวเดียว........เอาเสื้อตัวนั้นไปซักด้วยล่ะ ฉันไม่อยากได้กลิ่นนาย

ฮ่าฮ่า...... แจจุงเอื้อมไปหยิกแก้มยุนโฮ พี่นี่น่ารักจัง.......เป็นห่วงกันก็บอกมาสิ....

แจจุงยกเสื้อขึ้น ใบหน้าขาวฟุบลงไปกับเสื้อนั้น ทำจมูกฟุดฟิด ก่อนจะสูดกลิ่นของเสื้อตัวนั้นเข้าไปเต็มปอด ยุนโฮได้แต่อ้าปากค้าง แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร.... รู้แต่ว่าควรจะส่งหมอนั้นให้ถึงบ้านให้เร็วที่สุดก่อนที่เขาจะประสาทกินเพราะการกระท
ำกวนประสาทของใครบางคน.....

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ยูชอนถือไอศกรีมรสสตอรเบอร์รี่อยู่ในมือ ของจุนซูเป็นรสช็อกโกเลต ไอศกรีมของยูชอนพร่องไปมาก ผิดกับอีกคน....

ทำไมไม่กินล่ะ......

ดูพี่กินสนุกกว่าครับ..... จุนซูเอื้อมไปเช็ดรอยเปื้อนที่มุมปากของยูชอน ดูสิพี่กินเหมือนเด็กๆเลย......ฮิฮิ...

นายยิ้มน่ะน่ารักดีออก....ไม่เข้าใจว่าทำไมนายถึงชอบทำหน้ายังกับ.....

แบกโลกไว้ทั้งใบงั้นหรอครับ..... จุนซูต่อท้ายยิ้มๆ.... ร่างสูงผลักหัวคนรู้ดีแรงๆ จนร่างเล็กเซเกือบล้ม

เห็นอย่างนั้น ยูชอนก็ทิ้งไอศกรีมรสสตรอเบอร์รี่ในมือทันที รีบคว้าร่างเล็กๆนั่นมาไว้ในอ้อมกอด ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันจนแทบจะแลกลมหายใจกันได้ จุนซูแทบไม่กล้ามองหน้าคนที่กอดเขาอยู่ ในหน้าขาวเบี่ยงหลบอัตโนมัติ!!!

จุนซู.....จะว่าไปนายก็น่ารักนะ.... ชายหนุ่มนิ่งไปซักพัก ......ถ้าฉันไม่รู้จักแจจุงก่อน.....ฉันอาจจะหลงรักนายก็ได้นะ555+


ยูชอนกระซิบข้างหูคนตัวเล็กที่เขากอดอยู่......


ยูชอนไม่รู้เลย....
ไม่รู้เลย....ว่ามันเจ็บ.....
เจ็บข้างใน.......นี้....

ก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องเจ็บ.....
ผมรู้.... รู้ว่าหน้าที่ของผมคือต้องรัก....
รักพี่ยุนโฮ.... แต่ทำไมต้องเจ็บ???
ทำไมนะ........


แค่คำพูดของคนๆเดียวถึงมีอิทธิพลต่อเราขนาดนี้......

ปาร์ค ยูชอน....

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เหตุการณ์ไม่เลวร้ายอย่างที่คิด.....

เราสองคนอออกจะเข้ากันด้วยดีด้วยซ้ำไป..... ชางมินรู้สึกอย่างนั้น.....
รู้สึกเหมือนใครบางคนที่รู้จักกำลังมานั่งคุยกับเขา.....
รู้สึกเหมือนคนๆนี้เป็นคนๆเดียวกันกับ.....

ริคกี้......


ไปคิดถึงเขาทำไมนะ.......


.มิน.... ชางมิน!!! เสียงเรียกปลุกให้ร่างเพรียวตื่นจากภวังค์ ดวงตาเรียวตวัดมองชายตรงหน้า นี่นายไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลยรึไงห๊ะชางมิน?????

นายเรียกฉันว่าอะไรนะ???.....ฉันเป็นครูนายนะ!!!

ก็เรียกแล้วไม่หัน.....ชักจะมีอารมณ์ ขึ้นมาเหมือนกันนะ !

ยูฮวานพูดก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปทางอื่น เป็นการประกาศว่า เขากำลัง งอน

แล้วนายเรียกฉัน....มีอะไร.....


ชางมินถามเมื่อเห็นว่า อีกฝ่ายเริ่มทำแก้มป่อง....- - ดูก็รู้นะว่ากำลังงอน..... แต่ไอ้กิริยาแบบนั้นน่ะ..... น่ารักตายเลย=_= น่ารักน่าฆ่า(ให้ตาย) - - ทำไปได้

ก็...เปล่า....ก็แค่เห็นนายเหม่อ......ทำไม.....ชื่อนายฉันเรียกไม่ได้เลยรึไง....

แล้วจะเรียกทำไม.....เรียกแล้วไม่มีอะไรเนี่ย.......

หรือว่านายกำลังคิดถึงคนอื่นอยู่!

อยู่ดีๆ ลูกศิษย์ของเขาก็โพลงออกมา ชางมินตกใจทำอะไรไม่ถูก.... เจ้านี่มันรู้ได้ยังไง?.....

แล้วทำไมนายจะต้องมายุ่งเรื่องของฉัน...... ชางมินรวบช้อนไว้ข้างหน้า ....เด็กอย่างนายน่ะ.....อย่ามาทำเป็นรู้ดี.....

จบคำ ร่างสูงที่ฝั่งตรงข้ามก็รวบช้อนเก็บบ้าง เดินไปเช็คบิล แล้วผลุนออกไปเลย ชางมินจะทำอะไรได้ นอกจากมองร่างสูงที่เดินออกไปก่อนจะลุกแล้ววิ่งตามไป


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


อ๋า....รุ่นพี่นี่น่ารักจริงๆ....ขอบคุณครับที่มาส่ง.....

ร่างบางเอ่ยเสียงดังหลังจากที่ยุนโฮแทบจะถีบแจจุงออกมาจากรถซะให้ได้ ก็ก่อนไอ้ประโยคข้างบนเนี่ย.... เจ้าคิมแจจุง มันมั่วซะ ชักแม่น้ำทั้ง5มาขอบคุณเขา ราวกับเป็นหนี้ชีวิต.... และเขาก็ไม่ใช่คนที่มีความอดทนสูงสักเท่าไรนัก

พอเหอะ.....ได้ยินคำขอบคุณของนายมาเป็นรอบที่ 100 แล้วมั้งเนี่ย.....

ก็ผมอยากขอบคุณนี่นา.....

ขอบคุณฉันแล้วจะได้อะไร....... ยุนโฮเอ่ยเบาๆ.... ก้มหน้าลง ไม่รู้เพราะอะไร.......(เพราะแจสวยไปมั้ง^^)

ได้ใจพี่ก็พอครับ.... แจจุงพูด ก่อนจะเดินเข้าบ้านไป

โดยทิ้งร่างสูงที่งกๆเงิ่นๆอยู่ตามลำพัง ยุนโฮเกาหัวเบาๆ รอยยิ้มจากไหนก็ไม่รู้มาผุดที่มุมปาก.... รู้แต่ว่ามองเจ้านั่นจนลับตา ก่อนจะเดินเข้าบ้านบ้าง.....

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


แมนชั่นของนายนี่หรูดีนะ......

ยูชอนพูดพร้อมกวาดสายตามองไปรอบๆ ทั้งแมนชั่นของจุนซู ร่างเล็กยิ้มรับน้อยๆ ก่อนจะเอาน้ำมาเสิร์ฟไว้บนโต๊ะกาแฟตัวเล็กๆข้างหน้าร่างสูง แล้วนั่งลงข้างๆ


อยุ่คนเดียวไม่เหงารึไงนะ......ขนาดฉันมีน้องชายอยู่ด้วยยังรู้สึกเหงาเลย.... ว่าแล้วก็คว้าน้ำข้างหน้ามาดื่ม

ผมไม่ใช่คนข้าเหงาเหมือนพี่นี่ครับ...... จุนซุว่า แล้วกวาดสายตามองไปทั่วทั้งห้องบ้าง มีอะไรให้ผมทำเยอะแยะ.....บางทีผมก็ไม่ได้นอนที่บ้านนะ......

นายหาว่าฉันขี้เหงาหรือไง......ว่าแต่ ทำอะไรนักหนา.....นายเป็นนักเรียนนะ~

กิจการของครอบครัวน่ะครับ.....อีกอย่างถึงเป็นนักเรียนก็ไม่ใช่ว่าจะทำงานไม่ได้นี่ครับ

แล้วนายทำอะไร? ยูชอนมองจุนซู คิ้วของคนตัวเลกเลิกขึ้นด้วยความฉงน คือ....หมายความว่า...ทำตำแหน่งอะไรน่ะ.....

ประธานบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าในเครือตระกูลคิม......สาขาที่เกาหลีครับ....

O[]O

แหะๆ........

ถึงว่าน่ะ....ว่านายน่ะเข้าใกล้คำว่าหมีแพนด้าเข้าไปทุกๆวัน..... ยูชอนเขยิบเข้ามาใกล้ๆ ถึงแม้จะเป็นผู้ชายแต่ก็ต้องหัดรู้จักดูแลตัวเองบ้างนะ......


มือหนาค่อยๆ ไกล่เกลี่ยพวงแก้มเนียน ก่อนจะทัดผมที่ปรกลงมาให้เข้าที่ ในฐานะกรรมการนักเรียน.......ขอสั่งห้ามให้นายนอนดึก!


ยูชอนออกคำสั่ง ทำเอาร่างเล็กตรงหน้าเก็บอาการไม่อยู่ หลุดขำออกมา มือหนาขยี้หัวคนตัวเล็กเบาๆ ก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ๆ พร้อมๆกับที่ใบหน้าขาวมาหยุดตรงกันพอดี ยูชอนยิ้ม.....

......ใจสั่นอีกแล้ว.......
.........ทำไมรู้สึกว่าใจมันเต้นตุบตับ......
..........เกิดอะไรขึ้นกับเรานะ.....


อ่า......จะ 2 ทุ่มแล้ว.....พี่ต้องไปแล้วล่ะ.... ร่างสูงพูดพร้อมกับก้มลงมองนาฬิกาตัวเอง แล้วผุดลุกขึ้นจากโซฟาสีสวย โดยมีเจ้าของแมนชั่นเดินมาส่งถึงหน้าประตู.....



อย่าลืมที่พี่สั่งนะ.....ห้ามนอนดึกล่ะ.....

ครับๆ.....พี่นี่ดีกับผมจัง.....

ก็ชั้นเห็นนายเป็นน้องชายอีกคนนึงนี่นา....

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Part 11: Bodyguards


คำพูดเมื่อกี้แทงใจดำจุนซูสุดๆ ร่างเล็กนั่งถอนหายใจอยู่บนโซฟาไม่ขยับไปไหนเป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมงเห็นจะได้.... ก็คนที่เพิ่งจากออกไปทิ้งระเบิดลูกใหญ่เอาไว้แล้วดันไม่รับผิดชอบนี่สิ....

พี่น้องงั้นหรอ....... ริมฝีบางบางพึมพำเบาๆ.... ก็ใช่....พี่น้อง.....หรือนายต้องการอะไรที่มากกว่านั้นฮะ...จุนซูงี่เง่า..... คำสบถต่างๆนานาถูกยกขึ้นมาเพื่อนตำหนิตัวเอง....

เรามีสิทธิ์ต้องการอะไรที่มากกว่านี้รึไง......

.
.
.
กรี๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง~

เสียงออดดังขึ้น เล่นเอาคนที่เหม่ออยู่ตื่นจากภวังค์ จุนซูโผเข้าหาประตูก่อนจะใช้แรงกายที่มีอันน้อยนิดเปิดมันออก....


สวัสดีครับ.....คุณหนูจุนซู..... ชายหนุ่มสองคนท่าทางปราดเปรียวก้าวเข้ามาก่อนจะก้มลงคำนับร่างเล็กที่อ้าปากหวอ อึ้งกิมกี่อยู่ในขณะนั้น.....

คังเนวอน....คิมจีบอน......พวกเธอมาได้ยังไง!!!

+++++++++++++++++++++++

จุนซูทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตัวเล็กด้านข้างของโซฟา หลังจากเพิ่งทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดีเสร็จไป แก้วน้ำเมื่อครู่ที่เจ้าของบ้านยกมาเสิร์ฟ เริ่มมีหยาดน้ำเล็กๆผุดที่ข้างๆแก้ว เป็นเวลานานกว่าใครสักคนจะเป็นคนเริ่มทำลายความเงียบนี้ขึ้นมา....


พวกนาย....มาได้อย่างไร..... จุนซุถามอีกครั้ง


ทั้งสองยังคงนิ่งเฉย ชายหนุ่มร่างสูงตำแหน่งการ์ดซ้ายควักโทรศัพท์มือถืออกมาจากกระเป๋ากางเกง กดหมายเลขปลายทางที่ต้องการ ก่อนจะกดโทร แล้วส่งให้จุนซูที่นั่งอยู่ด้านข้าง....

ถ้าจะถามพวกผม.....ถามนายหญิงไม่ดีกว่าหรือครับ... ชายหนุ่มพูดเรียบๆ


จุนซุรับโทรศัพท์นั้นมา ก่อนจะเอามาแนบกับหูของตัวเอง ไม่ต้องให้คอยนาน ก็มีเสียงหญิงวัยกลางคนที่เขารู้จักดีรับสาย


[สวัสดี....]

แม่ครับ....นี่ผมจุนซูนะ....

[จีบอนกับเนวอนถึงที่นั่นแล้วหรือ?] ผู้เป็นแม่ถามเสียงเรียบ

......แม่ส่งพวกเขามาทำไม.....ในเมื่อผมก็บอกว่าเรื่องนี้ผมสามารถจัดการเองได้....จุนซูเอ่ยเบาๆ พร้อมกับลอบมองทั้งสองเป็นระยะๆ

ปลายสายลากเสียงถอนหายใจยาว เบาๆ แต่ไม่ใช่ว่าจะเบาถึงขนาดร่างเล็กจะไม่ได้ยิน [แม่ยังไม่เห็นหนทางที่ลูกจะได้ลงมือดำเนินแผนการของพวกเราซักที.....ถ้าให้แม่รอนานกว่านี้...แม่คงทนไม่ไหวเป็นแน่.....] ปลายสายเงียบไปซักพัก....

[แม่อยากให้พวกมันเจ็บปวด.....จนถึงที่สุด.....แม่อยากจะแก้แค้นให้สาสมกับที่พวกมันได้ทำไว้กับพวกเรา.....]


+ + + + + + + + + + + + + + + +

คืนเดือนมืด ที่เงียบสงัด ร่างสูงที่นอนคุดคู้อยู่บนเตียง พลิกไปพลิกมาอยู่นาน เพราะเหตุการณ์บ้าๆ ที่ผ่านเข้ามาในวันนี้ทำให้เขาเริ่มสับสนตัวเอง.....

แต่ตามนิสัยคนขี้เซา.... ไม่ว่าจะให้กลุ้มใจขนาดไหนก็ยังสามารถหลับได้ทุกสถานการณ์ ไม่นานนัก ยุนโฮก็หลับตามพริ้มเข้าสู้ห้วงนิทราไปเรียนร้อยโรงเรียนเกาหลี.....

ครืด~

หน้าต่างบานใหญ่พอที่จะให้ใครซักคนปีนข้ามเข้ามาได้ถูกเปิดออก เสียงไม้เสียดสีกัน กับลมแผ่วๆเย็นๆจากข้างนอก ก็มากพอที่จะปลุกเจ้าของห้องให้ตื่นจากห้วงฝัน

ยุนโฮลืมตาขึ้นมาในความมืด....

เขาไม่ได้ลุกขึ้นจากเตียงหรืออย่างไร.....

รู้สึกเหมือนเตียง ยวบลงไป.... หรือว่า!!

ผีอำ!!


ทว่าเมื่อหันไปเท่านั้น.....

ก็พบกันใบหน้าขาวๆที่จ้องเขาอยู่ ร่างบางซุกเข้าหาตัวเขา มือเพรียวๆสอดเข้ามาที่ช่องว่าง ระหว่างแขนและลำตัว... ยุนโฮได้แต่นิ่ง...
เพียงแต่ว่า.... ใบหน้าคมค่อยๆ เลื่อนเข้าไปใกล้ๆ เรื่อยๆ.....

"บอกว่าให้ระวังตัว.....โดนลักหลับแล้วเห็นไหมหมียุน....."

น้ำเสียงที่คุ้นเคยแว่วขึ้นข้างหู ทำให้ยุนโฮได้สติ ผลุนผลันออกห่างแจจุงโดยไม่ลืมที่จะคว้าผ้าห่มคู่กายไปพันรอบๆตัวเอาไว้แล้วทำหน้าคล
้ายสาวน้อยบริสุทธิ์กำลังจะถูกลวนลาม......

จากเจ้าคนตัวเล็กกว่าที่อยู่ตรงหน้านั่นเอง.....

น....นายมาที่นี่ได้ไง!!!...... ยุนโฮเอ่ยตะกุกตะกัก....


คำตอบของแจจุงเป็นเพียงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เจ้าตัวยุ่งเขยิบเข้าไปใกล้ๆ ก่อนจะเอาหน้าเล็กๆซบลงที่อกของยุนโฮ.... สองมือเล็กค่อยๆเกี่ยวมือของอีกฝ่ายขึ้นมาเทียบระดับความยาวของนิ้วมือ แล้วจับมือของยุนโฮแน่น.....

ร่างสูงได้แต่ข่มใจเอาไว้.... ความรู้สึกสับสนเมื่อครู่กลับมาสุมในอกอีกครั้ง ก็รู้ๆว่าเจ้านี่มันขี้ยั่ว.... อย่าไปหลงกลมันเชียวนะยุนโฮ.....!!

นายมาที่นี่ทำไม?...... ยุนโฮข่มอาการสั่นเนื่องจากหัวใจเต้นตุบตัวแทบจะหลุดออกมากจากอก ก่อนจะถามออกไปอีกครั้ง

ใบหน้าสวยหวานเงยขึ้นมาสบตา.... ริมฝีปากเรียวเล็กสีเชอร์รี่น่าบดขยี้เม้มเข้าหากัน ก่อนที่แจจุงจะซบลงไปที่เดิม แล้วเริ่มตอบคำถามด้วยน้ำเสียงอู้อี้ในลำคอ

ผมเข้าบ้านไม่ได้.......

แต่เมื่อกี้ฉันก็เห็นว่านายเดินเข้าไป?......

ก็เดินหากุญแจ...แต่มันไม่มีอะ.....แถมข้างนอกก็หน๊าวหนาว....

หนาวหรือไม่หนาวนั่นเรื่องของนาย..... ยุนโฮเปรยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน.... แจจุงได้ยินดังนั้นก็เบะปากทันที ร่างสูงหัวเราะในความเปิ่นของร่างบางในอ้อมกอด ก่อนจะยันตัวขึ้น มือหนาลูบที่ใบหน้าขาวซีดเบาๆ ตัวเย็นขนาดนี้......เดี๋ยวฉันจะเตรียมน้ำอุ่นให้อาบนะ....

วันนี้คงต้องยอมอ่อนข้อให้เจ้านี้ซักวัน.... ยุนโฮคิดก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป


+ + + + + + + + + + + + + + + + +


เป็นเวลานานหลังจากที่เขาล่ำลาเจ้าลูกศิษย์ ลากมกจกเปรต... อยู่ดีๆก็ทำท่าทีแข็งกร้าว อยู่ดีๆก็มาอ่อนโยน ทำเอาฉันสับสนจริงๆ.... ชางมินส่ายหัวอย่างเหนื่อยหน่าย.... ขณะที่เดินเตาะแตะอยู่บนฟุตบาทริมถนน ที่ตอนนี้เริ่มจะไร้ผู้คนเข้าไปทุกที ก้าวไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย.... สองมือกระชับประเป๋าสะพายคู่ใจแน่น.....

ผลั่ก!!!


อยู่ดีๆก็มีคนพุ่งเข้ามาชน.... ทำเอาแว่นตาคู่ใจตกลงพื้น ตอนนี้ชางมิน ตาบอดอีกแล้ว เพราะไม่มีแว่นตาเขาก็ไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้ จึงล้มลงใช้สองมือควานหาแว่นตาสุดชีวิต ในใจก็ภาวนาไม่ให้ใครเผลอเหยียบมันเข้า....

เพราะแว่นตาอันนี้ มีความสำคัญกับจิตใจเขามาก....

แว่นของนายรึเปล่า?.....

เสียงๆหนึ่งเอ่ย ขณะที่ชางมินกำลังควานหาแว่นของเขาอย่างร้อนรน.... มือหนาหย่อนแว่นลงที่มือของชางมิน ลุกขึ้นเถอะ...... ร่างโปร่งลุกตามอย่างงงๆ เขายังไม่ทันจะได้ใส่แว่น ก็ถูกลากออกไปจาก ณ ที่ตรงนั้นเสียแล้ว....


หลังจากเดินออกมา จากที่นั่นแล้ว ก็ยังไมได้หยุดพัก ชางมินไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน.... เพราะเวลานี้ก็ค่ำเสียแล้ว ร่างตรงหน้าก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด....

ขอบคุณสำหรับแว่น....แล้วคุณจะพาผมไปไหน..... ร่างโปร่งเอ่ย....

.............


ไม่มีการตอบรับจากสายที่ท่านเรียก.... คนตรงหน้ายังคงเงียบ แล้วฉุดกระฉากลากถูกชางมินต่อไป จนถึงที่ม้านั่งยาวตัวหนึ่ง เขาผลักชางมินให้ล้มลงนั่งบนม้านั่งยาวนั่น ก่อนจะหันมาสั่งด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

อยู่ตรงนี้....อย่าไปไหน....
หา....
เข้าใจไหม!
ข....เข้าใจ......


สำหรับชางมินแล้ว ถึงจะเปิดโอกาสให้หนี ยังไงก็หนีไปได้ เพราะก่อนเจ้านั่นจะเดินออกไป มันก็หันมาเก็บแว่นตาของเค้าไปซะอย่างนั้น.... ชีวิตเรามันอะไรกันนักหนา!!!

ชางมินได้แต่ส่ายหัวให้กับความเปิ่นของตัวเอง... โดยที่ไม่รู้สึกตัวเลยว่ามีใครบางคนเดินอ้อมมาทางด้านหลังแล้ว.....

เย้ย!!!! ร่างโปร่งตะโกนร้องสุดเสียงเมื่อ มีอะไรเย็นมากระทบที่ใบหน้า

แป๊ะ~

เสียงเปิดกระป๋องแคนดังขึ้น ก่อนคนๆนั้นจะยัดเยียดอะไรบางอย่างให้มาอยู่ในมือของชางมินเรียบร้อย แล้วจึงลงนั่งข้างๆกับชางมิน ขายาวยกขึ้นมาไขว่ห้าง กระดกเบียร์เย็นๆในมืออย่างสบายใจ..... ชางมินพยายามเพ่งกระป๋องแคนที่บรรจุน้ำเต็มกระป๋องดู หากแต่ไม่เป็นผล เมื่อตอนนี้เป็นเวลากลางคน และไม่มีแว่นตา เท่ากับตาบอดดีๆนี่เอง

ไม่มีประโยชน์หรอก...... ถึงพยายามมองยังไงก็มองไม่เห็น.....กินเข้าไปเหอะ ฉันไม่ได้ใส่ยาพิษหรอก

เสียงชายหนุ่มดังขึ้นข้างๆ เล่นเอาชางมินที่นั่งพิจารณากระเป๋าในมือ สะดุ้งตกใจ เขาหันไปหาคนข้างๆ และพยายามจะมองดูว่าคนๆนี้ใคร.... เป็นคำถามที่เขาตั้งไว้ตั้งแต่ ชายคนนี้ลากเขามา

อะไรกัน....จำฉันไม่ได้รึไง..... ร่างสูงข้างๆเปรย ด้วยความน้อยใจ

ก็แล้ว....นายเป็นใครล่ะ.....

ฉันน้อยใจจริงๆนะเนี่ย......


ชางมินลุกพรวดขึ้นทันที ทำเอาคนกวนประสาทไม่ทันได้ตั้งตัว

จะไปไหน?.....

ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก....ฉันจะกลับบ้านแล้ว.....

จะไปก็ไป....แต่แว่นน่ะไม่คืนนะ.....เพราะแว่นนี้ฉันก็ช่วยเลือก แถมจ่ายตังค์ให้อีก.....

ประโยคนี้เองที่ทำให้ชางมินรู้ว่า เจ้าคนกวนประสาทที่กำลังนั่งต่อล้อต่อเถียงกับเขาอยู่เป็นใคร.... เมื่อรู้แล้วก็สะบัดหน้าหนีทันที.... เจ้าคนวิปริต เที่ยวไล่จีบชาวบ้านเขาไปทั่ว แถมยังจูบพี่ชายเขาอีก!!! (ในตอนที่ 8 ที่ ริคกับแจกระซิบกันแล้วมินนึกว่าจูบกันอะค่ะ )

มาเจอฉันทำไม....หรืออยากให้ฉันพาไปหาพี่แจจุง..... ชางมินพูดด้วยน้ำเสียงออกจะน้อยใจ....

ร่างสูงมองคนขี้งอนด้วยสายตาอ่อนโยน ก่อนจะเดินเข้าไปสวมกอดจากทางด้านหลัง.... ริมฝีปากพ้นไออุ่นออกมาเบาๆที่ข้างหู วันนี้ พยากรณ์อากาศบอกว่า....อากาศจะหนาว...แล้วตอนนี้ฉันก็หนาวมากซะด้วย.....

ร....ริคกี้!!

แม้จะตวาด แต่ก็ไม่ได้ผลักไส ก็เป็นเพราะอากาศหนาวจริงๆ แล้วก็เป็นเพราน้องกระป๋องเย็นๆเมื่อกี้ด้วย.....

วันนี้สอนพิเศษเป็นยังไงบ้าง?.....


อยู่ดีๆก็ถามออกมา แล้วคำถามนั่นน่าแปลกใจน้อยซะเมื่อไหร? ชางมินผละจากอ้อมแขนของอีกคน ก่อนจะเขย่าแขนของริคกี้อย่างแรง...

นายรู้ได้ยังไง!!!!

ไม่มีเรื่องไหนของนายที่ฉันไม่รู้......

นายมันก็ชอบทำลับๆล่อๆ อยู่แต่ในมุมมืด ทั้งที่นายเห็นฉัน แต่ฉันกลับไม่เคยเห็นนายเลย....ฉันไม่รู้เลยว่าหน้าตาของนายเป็นยังไง....ตัวจริงของนายคือใคร....นายไม่เคยบอก....และฉันไม่เคยรู้..... ชางมินหยุดพักหายใจ มันไม่ยุติธรรมเลย.....นายมันเอาเปรียบที่สุด.....

ฉันไม่ได้เอาเปรียบนา.....

แล้วสิ่งที่นายทำมันคืออะไร!!!!!


ยังไม่ทันที่ริคกี้จะได้พูดจบ ก็โดนสวนขึ้นมา ชางมินรู้สึกเลือดขึ้นหน้าสุดๆ เมื่อเจ้าบ้าที่อยู่ตรงหน้า รู้เรื่องของเขาทุกสิ่งทุกอย่าง..... แต่เขากลับไม่เคยรู้จักคนตรงหน้านี้เลย..... ใบหน้าหวานก้มลงมองพื้น สองมือกำแน่นราวกับจะยับยั้งความโมโห

ฉันเกลียดที่สุด....เกลียดที่สุด...แบบนี้เราจะเป็นเพื่อนกันได้ยังไง.....มันไร้ความจริงใจสิ้นดี....!!!!

ร่างโปร่งทะยานตัวไปหาคนตรงหน้า ก่อนจะคว้าแว่นที่อยู่ในมืออีกฝ่าย แล้วจ้ำอ้าวออกไป โดยที่ไม่คิดจะหันกลับมามอง....

+ + + + + + + + + + + + + + + + + +

ประกาศ!!! ประกาศ!!! ประกาศ!!!!!!!!!!

เสียงตะโกนลั่นจากโทรโข่งของซีวอน ประธานนักเรียนสุดขรึม(?) ที่ขี่จักรยานร่อนทั่วโรงเรียน โดยมีฮีซอล กรรมการคนสวยนั่งซ้อนท้าย แจกใบปลิวอย่างตั้งอกตั้งใจ.....


ฮีซอลโปรยใบปลิวด้วยท่าทางเหมือนนางงาม คนแถวนั่นรวมทั้งแจจุงที่นั่งอยู่ ต่างหยิบใบปลิวที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาดู.....


รับสมัคร ผู้เข้าประกวด Princess & Prince ลงชื่อได้ที่ห้องคณะกรรมการนักเรียนหลัง 6 โมงเย็นวันนี้นะจ๊ะ จุ๊บๆ.....

ปล. ยุนนี่ และ มิคกี้ จากสีเหลืองและสีแดง ก็เข้าร่วมชิง... สมัครกันมาเยอะๆ มันส์แน่งานนี้!! โย่ว!

แจจุงเงยหน้าขึ้นจากกระดาษใบนั้น ก่อนจะแสยะยิ้มให้กับตนเอง...


+ + + + + + + + + + + + + +

พี่ยุนโฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!!!!

เสียงตะโกนดังจากทางด้านหลัง ยุนโฮไม่ต้องเดาก็รู้ได้เลยว่า คนที่ตะโกนคือใคร ร่างสูงหันไปตามเสียงเรียก ก่อนที่ร่างบางจะเข้ามาประชิดตัวได้ แจจุงส่งยิ้มหวาน ก่อนจะยื่นข้าวกล่องไปใหอย่างมั่นใจ....

นี่....อะไร?

ข้าวกล่องครับ......

เอามาทำไม!....นายก็รู้ว่าฉันไม่กินของนาย....

ยุนโฮส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย..... แต่แจจุงไม่ละความพยายาม กระแทกข้าวกล่องในมือลงที่มือของยุนโฮ....

แต่ต้องกิน!!....เฉพาะวันนี้...ห้าม ให้ใครกินข้าวกล่องนี้เด็ดขาด!!!

หา!!!

ถือเป็นการตอบแทน.....ที่เมื่อคืน....... แจจุงเว้นวรรคไว้แล้วทำหน้าตาย....

เฮ้ย!!!

ยังไม่ทันที่จะพูดจบ ยุนโฮก็พุ่งเข้าปิดปากจุงทันที.... ห้ามพูดนะ!!!!

ก็อยากพูดนี่ครับ...แหม....คันปากยิบๆเลย....

ห้าม!!!

ถ้างั้นพี่ต้องตอบคำถามผมนะ.....

ยุนโฮคร่นคิดสักครู่.... เขาสบตากับเจ้านักวางแผน แจจุงยิ้มอย่างใสซื่อบริสุธิ์ ก่อนะจะเอ่ยเอื้อนออกมา....

ถ้าปีนี้พี่สมัคร Prince....ผมก็จะลงสมัครPrincess เคียงข้างพี่ครับ

คิดไม่ผิดจริงๆด้วย..... ยุนโฮระอากับแจจุงเต็มทน.... ลางสังหรของเขาบอกว่าจะมีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นในอีกไม่นาน.....

แต่ที่แน่ๆคือ เรื่องร้ายๆกำลังเกิดขึ้นกับเขา ในตอนนี้ นี่เอง...

+ + + + + + + + + + + + + + + + +

Part 12: สิ่งที่หายไป



ห้องคณะกรรมการนักเรียน ในยามนี้คลาคลั่งไปด้วยเหล่า ชายหนุ่มรูปงามทั้งหลายเบียดเสียดยัดเยียดกันเพื่อจะ....


เฮ้ย!!...เอ็งเขยิบไปเลย...ข้ามองไม่เห็นแล้วนะเว่ย!

ไอ้ข้างหลังน่ะอย่าเบียดมาสิว้อย!!!

อ๊ากกกกกกกก พวกมึงอย่าบังกรู๊!!!


เสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายดังลั่นอยู่หน้าห้องคณะกรรมการฯ คนข้างหลังเบียดคนข้างหน้า คนข้างๆก็เบียดคนตรงกลาง เพื่อที่จะมาแอบส่องดู ใครบางคนเปลี่ยนเสื้อผ้า!....

ภาพตรงหน้าของชายหนุ่มรูปงาม ราวๆ30 กว่าคน คือ ร่างบางเล็กน่าถนุถนอม กำลังแต่งองค์ทรงเครื่องใครชุด ราตรีสีเหลืองนวลยาวละพื้น เข้ากับผิวขาวๆที่ตอนนี้ผ่องเป็นยองใย ผมสีดำจากวิกยาวสลวยแผ่อยู่กลางหลัง ร่างบางนั้นทัดดอกไม้ช่อเล็กๆสีชมพูไว้ที่ง่ามหู และริมฝีปากแดงอวบอิ่มที่คลี่ยิ้มจนเกือบทำใครต่อใครหัวใจวาย...

.....ฮ้า......ช่างงดงามราวกับนางฟ้า......

เธอสวย......

แจจุงน่ารัก.....ไม่น่าไปรักคนใจร้ายนั่นเลย!!!


ในประโยคสุดท้ายที่มีใครบางคนเอ่ยออกมา ประจวบเหมาะกับที่ คนใจร้าย ก้าวออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่อยู่ตรงข้ามกับห้อง คณะกรรมการฯ ดวงตาเรียวเล็กเหลือบมองอย่างแครงใจ

.....ถ้าอยากจะดูมากไปนั่งรอที่หน้าเวทีไม่ดีกว่ารึไง.....ถ้าโถมกันไปเยอะๆประตูอาจจะพังก็ได้.... ยุนโฮถกแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้น แล้วถ้าใครทำมันพังล่ะก็.....คนๆนั้นจะต้องจ่ายเพิ่มเป็น 10เท่าของราคาประตู....


เมื่อเสียงเย็นยะเยียบเอ่ยจบ ขายาวๆก็ก้าวพรวดๆไปหยุดตรงหน้าประตูห้องคณะกรรมการฯ ก่อนจะบิดลูกบิดประตู ให้เปิดออก ชายหนุ่มก้าวเข้าไปในห้อง


โครม!


กระแทกประตูเสียงดัง ก่อนจะ รูดม่านปิดทุกทิศ ให้ไม่ว่าใครก็ไม่มีโอกาสเห็น นางฟ้า อีก... คนข้างนอกได้แต่เดินคอตกทยอยกันออกไป.... เหลือเพียงชายหนุ่มสองคน ที่ยืนแสยะยิ้มอยู่หน้าห้องคณะกรรมการฯ

ครืด~ ครืด~ ครืด~

เสียงโทรศัพท์ที่ตั้งระบบสั่นไว้ดังกระทบเนื้อผ้าทำให้เกิดเสียง ชายหนุ่มในชุดนักเรียน กดรับโทรศัพท์...


สวัสดีครับนายหญิง.....

[สบายดีไหม จีบอน....] เสียงปลายสายเอ่ยราวกับป็นห่วง ช่างขัดกับน้ำเสียงจริงๆ

ผมกับเนวอนสบายดีครับ......

[งั้นก็ดี...ไม่มีใครรู้ใช่ไหม?....]


คิมจีบอนมั่นใจว่าคำถามของนายหญิงตรงกับความคิดในหัวสมองของเขา.... ชายหนุ่มยิ้มเย็น แน่นอนครับ....จะให้ผมเริ่มปฏิบัติตามแผนเมื่อไหร่ครับ?

[คืนนี้เลยเป็นไง?]

ตามบัญชาครับ.....

[อ่อ!....อย่าให้จุนซูรู้เรื่องนี้เป็นอันขาด!....เข้าใจตามที่ฉันสั่งใช่ไหม?]

ทราบครับ....

คนที่จะรู้เรื่องที่จะเกิดขึ้นในคืนนี้.....จะมีแค่พวกผม....

และคิม แจจุง

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ยามสายของวันนี้ที่ ดวงอาทิตย์ลอยขึ้นเหนือหัวส่องแสงเจิดจ้า ท้องฟ้าแจ่มใส ไร้เมฆหมอก เป็นงานวันกีฬาสีที่ทุกๆคนใจจดใจจ่อรอคอยมานาน ผู้คนเดินขวักไขว่เต็มถนนส่วนกลางของ โรงเรียน ตามคณะสีแต่ละห้องเรียนต่างๆจัดเตรียมห้างร้านไว้รอคอยแขกจากนอกโรงเรียนต่างกระตือร
ือร้นในหน้าที่ของตนเองด้วยความขันแข็ง......

จุนซูก็เป็นอีกคน.... ที่กระตือรือร้นกับงานนี้เอามากๆ.....


จุนซู.....ลังน้ำนั่นวางตรงมุมห้องนะ......

คร๊าบบบบบบ~

ร่างเล็กรับคำตาหยี จนทำให้รุ่นพี่อดไม่ได้ที่จะงัดกล้องของตนออกมาถ่ายคนน่ารักเอาไว้....

ร่างเล็กในชุดนางฟ้าสีขาว กระโปรงฟูฟ่อง กำลังยกลังน้ำอย่างขยันขันแข็ง... และการที่จุนซูต้องมาใส่ชุดแบบนี้ก็เป็นเพราะว่า.... คอนเซ็ปร้านของสีแดงปีนี้คือ... คาเฟ่ต์ หรรษา จะมีการนำเหล่ารุ่นน้องหน้าตาน่ารัก คิขุ อาโนเนะ มาแต่งกายในชุดน่ารักๆ คิขุ แล้วก็อาโนเนะ(เหนื่อยT_T หลายอาโนเนะ) คอยรับออเดอร์และเสิร์ฟน้ำ..... เด็กเสิร์ฟทุกๆคนจะแต่งกายด้วยชุดเมด..... แล้วทำไมจุนซูถึงแตกต่างล่ะ!!

จุนซู!!! มายกน้ำทำไม!!!.....เฮ้ยใครอยู่แถวนี้บ้าง!!!....น้องเค้าต้องรับแขกนะเว่ยเฮ้ย!!!

ก็เพราะจุนซูเป็นพนักงานต้อนรับนั่นเอง....!!


แต่....พี่ครับ....ผมทำเองได้^^

ไม่ต้องมา แต่เลย ไปทำหน้าที่ของเราไป๊.....

พี่ครับ~......

จุนซูมั่นใจว่าตัวเองสามารถทำให้รุ่นพี่คนนี้ยอมใจอ่อนได้.... แต่ ผิดคาดมากมาย เพราะ อีตาแว่นที่ยืนชี้นิ้วสั่งอยู่ตรงหน้านี้ไม่มีทีท่ากว่าจะยอมใจอ่อนได้เลย.....


ไม่นานนัก จุนซูก็หมดความอดทน.... เริ่มต่อล้อต่อเถียงกับรุ่นพี่ข้างหน้าอย่างเหลืออด จนคนในร้านพนันกันเป็นเรื่องสนุกว่างานนี้ใครกันที่จะชนะ....

หากแต่ ไม่ทันที่จะได้มีผู้ใดเป็นฝ่ายชนะ....

ครืดดด~

หมับ!!


ย๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก~


ร่างเล็กแหกปากร้องเสียงดังจนคนรอบๆข้างแตกตื่นด้วยความตกใจ แต่คนที่ตกใจที่สุดเห็นจะเป็น....

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก.....นายจะร้องทำไมจุนซู!!!

ว๊ากกกๆๆๆๆ.....ก็พี่ยูชอนจับก้นผมทำไมเล่า!!!!!!!

เอ๋....ก็ก้นนายมันนุ่มนิ่มน่าจับอะ.....

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

พลั่ก!

มือเล็กสวนหมัดเสยคางร่างสูงเข้าอย่างจัง...และแล้ว ตายูชอนก็หน้าจูบพื้นไปโดยปริยาย


คงจะสงสัยว่าเจ้าประธานสีตัวปัญหาโผล่แว๊บมาได้อย่างไร เป็นเพราะยูชอนผู้ฉลาดหลักแหมคนนี้ได้ฟังความตั้งแต่ต้นจนจบอยู่ ณ นอกร้านเข้ามาแล้วน่ะสิ.... พอจะเปิดประตูเข้ามาห้ามศึก ก็เจอไอ้รุ่นน้องร่วมอุดมการณ์แต่งตัวซะน่ารัก.....


ก็มันอดใจไม่ไหวอะ...... ยูชอนบ่นอุบอิบ

พี่ก็เลยจับก้นผมหรอ! จุนซูพูดกับปากของร่างสูง ก็เพราะตอนนี้เขากำลังทำแผลให้คนเจ้าปัญหาคนนี้อยู่น่ะสิ ยูชอนเบะปาก ทำท่าเหมือนเด็กโดนผู้ใหญ่ดุ น่ารักซะไม่มี....

ก็มัน.....โอ๊ย!! เบาๆหน่อยก็ได้...จะฆ่ากันรึไง....

ยังจะแก้ตัวอีกหรอ.....ตาแก่ชีกอ!!!

แกจะอะไรนักหนาวะจุนซู....จับนิดจับหน่อยไม่ใช่ผู้หญิงนะเว่ย!!...ไม่ต้องรักนวลสงวนตัวขนาดนั้นก็ได้....

งั้นให้ผมจับของพี่บ้างไหมล่ะ?.... มือเล็กๆค่อยๆบรรจงปิดพลาสเตอร์ให้อย่างเบามือ รับรองไม่จับอย่างเดียว....จะบีบนวดให้สมใจเลย!!

คำท้าของจุนซูแทบทำให้ร่างสูงตรงหน้ากระอัก ไม่นึกว่าหน้าหวานๆแบบนี้จะ.....
บ้า...จุนซูบ้าลามก...จกเปรตที่สุด!!

ยูชอนพูดพลางปัดไม้ปัดมือ ทำท่าดัดจริต เรียกเสียงหัวเราะจากคนในร้านที่พร้อมสอดรู้สอดเห็นอยู่ทุกเมื่อ จุนซูเก็บกล่องอุปกรณ์ ก่อนจะออกไปเตรียมตัวทำหน้าที่ต้อนรับแขกของตน ทว่า....


จุนซู....ไปกันเหอะ

มือหนาๆคว้าหมับที่ต้นแขน รอยยิ้มทะเล้นบ่งบอกว่าคนตรงหน้ากำลังคิดอะไรชั่วๆ... เอ้ย! คิดอะไรแพลงๆอยู่เป็นแน่แท้

ไปไหนครับ?

ไปที่ๆมีเราส๊องคน~

ฉ่า~

ในหน้าขาวนวลขึ้นสีอย่างเสียมิได้ เมื่อคนตรงหน้าพูดจาสองแง่สองง่าม ทำเอาจุนซูความคิดเตลิดไปไกลเกินกว่าจะกู่กลับ มือเพรียวถูกนำขึ้นมาใช้ปกปิดอาการเขินอาย ไอ้คนเชิญชวนก็ได้แต่งง กับอาการของเจ้าน้องชายตัวเล็กข้างหน้านี่.....

ไปที่ที่มีเราส๊องคน.... มันน่าอายตรงไหนวะเนี่ย!!

เห็นทีจะไม่ได้ล่ะครับท่านประธานปาร์ค

ไม่ทันที่ ท่านประธานปาร์ค จะได้เอ่ยถามอะไร หนุ่มแว่น จอมบงการตำแหน่งรองประธานของสีแดงก็เข้ามาขัดซะนี่.... มือหนาของ ลียูจิน ดันแว่นไร้กรอบของตัวเองขึ้นติดลูกกะตา มองยูชอนด้วยความท้าทาย

เด็กจุนซูนี่ต้องอยู่ทำงานเป็นพนักงานต้อนรับครับ.....ถ้าหากท่าประธานจะพาเขาไป...ผมว่าคงไม่สมควร....

แปปเดียวน่ายูจิน..... ดวงตาเรียวเล็กหรี่มองนาฬิกาที่ผนังข้างประตูหน้าร้าน นี่ก็ยังไม่ถึงเวลาเปิดร้านเลย....

ไม่ได้คือไม่ได้ครับ.....ผมว่าสิ่งที่ท่านประธานสมควรจะกระทำตอนนี้คือ การเตรียมตัวเข้าประกวดจะดีที่สุดนะครับ.....


ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบ ยูชอนจำต้องปล่อยมือจากจุนซูด้วยสีหน้ายิ้มๆ โอเคๆ.....ปล่อยก็ได้....


ทว่าไม่ทันที่จุนซูจะได้ตั้งตัว มือหนาๆที่ตั้งท่าจะปลดปล่อยเขาเมื่อครู่กลับกระชากเข้าหาอกแกร่งของตนเอง แล้วฉุดจุนซูพาวิ่งออกจากบริเวณร้าน

จุนซู!....วิ่ง!!


ร่างสูงตะโกนเสียงดัง มือก็กำมือของร่างเล็กไว้แน่น กว่าจะพ้นจากบริเวณนั้นก็เล่นเอาเหนื่อยหอบ ทั้งสองจึงนั่งพักที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ในสวนสาธารณะหลังโรงเรียนที่เวลานี้ไม่ค่อยมีผู้คนเท่าไร.... จะว่าไปก็มีแค่เขาสองคนเท่านั้นนี่ล่ะ....

ฮ่าฮ่าฮ่า~......เหนื่อยชะมัด

ยูชอนพูดพร้อมกับเอาหลังพิงต้นไม้ สองยันเป็นฐาน จมูกโด่งสูดออกซิเจนเข้าเต็มปอด ก่อนจะเอามือขยี้หัวร่างเล็กๆข้างๆ


สนุกดีนะ.....เหมือนคราวที่ไปสวนสนุกเลย.....

ครับ....วิ่งกันให้ขาขวิด.....

เฮ้อ.....พูดจริงๆนะ....ให้ฉันอยู่กับนายตลอดชีวิตก็อยู่ได้ว่ะ.....อยู่กับนายแล้วสบายใจที่สุด......


คำพูดที่ดูเหมือนจะดีที่ยูชอนเอ่ยออกมาเมื่อครู่.... ไม่รู้หรอกว่าเป็นคำพูดที่เสียดแทงจิตใจของร่างข้างๆเขาเข้าอย่างจัง.... แม้จุนซูจะยิ้มรับคำเมื่อครู่ด้วยใบหน้าแช่มชื่น ทว่า.... ในใจมันเจ็บปวด... เมื่อนึกถึงคำว่าน้องชายที่ก้ำกึ่งอยู่นั้น.... สับสนเหลือเกิน....


เรารักคนๆนี้รึไงนะ.....


เอ่ยถามตัวเองในใจหวังจะได้คำตอบที่สวยงาม.... แต่ในเมื่อคนๆนี้รักแจจุง.... คงเป็นกรรมตามสนอง... ที่คิดจะแย่งคนที่แจจุงรักมาเป็นของตัวเอง.... ทั้งที่เราก็ไม่ได้รักยุนโฮ.... สุดท้าย... ก็ต้องมารักคนที่ไม่รักเรา....

จำได้ว่าตั้งแต่เด็ก....

เรามักจะทำตามใจคุณแม่เสมอ....

ยอมไม่มีเพื่อน เพื่อแม่....

เพราะเพื่อนคนเดียวของเราก็คือพี่แจจุง.....

แต่เรากลับต้องมาทำร้ายพี่แจจุง....

เจ็บปวดจัง......

....ซู......จุนซู!!!

ฮะ....อ๊ะ....ครับ.....พ...พี่ยูชอนเรียกผมทำไมหรอ?

เหม่ออะไร.....ฉันเรียกนายตั้งนานแล้วนะเว่ย!!....หูตึงหรอ?....แคะขี้หูให้เอามะ?

ยูชอนเรียกคนข้างตัวให้ตื่นจากภวังค์ ก็ตั้งแต่เขาพร่ำพรรณนายังไม่จบเจ้าน้องชายตัวดีก็เข้าสู่โลกส่วนตัวซะอย่างงั้น มันน่านัก!

มือหนาดึงแก้มขาวๆด้วยความหมั่นไส้.... เจ้าตัวเล็กหันขวับมามองตาขวางส่งค้อนวงใหญ่ให้ร่างสูง ยูชอนหัวเราะร่างอย่างถูกใจ ก่อนที่ความเงียบจะค่อยๆครอบคลุมทุกสิ่งอย่าง...

มีเพียงคนสองคนดื่มด่ำความสุขใต้ร่มไม้ สายลมพัดเอื่อยๆ ราวกับจะพัดพรากความสุขไปช้าๆ.... ไม่มีใครรู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนี้.... จุนซูรู้แต่ว่าเขาเริ่มสังหรณ์ใจแปลกๆ.... ได้แต่ภาวนาให้อย่ามีเรื่องเลวร้ายกว่านี้อีกเลย.....

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ชอบโชว์มากนักรึไง?.....

เอ๋?


น้ำเสียงเรียบเย็นเอ่ยถามแจจุงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ข้างหน้าต่างในห้องกรรมการฯ แววตาเฉยเมยจ้องมายังแจจุง เขาไม่รู้เลยว่ายุนโฮไม่พอใจอะไร.... ดูเหมือนยุนโฮจะอารมณ์เสียตั้งแต่เข้ามาในห้องแล้ว มาถึงก็ปิดประตูตึงตังโครมคราม แทบทำหัวใจวาย....

ฉันถามว่าชอบโชว์มานักรึไง.....หาอะไรใส่ให้มันปกปิดเนื้อหนังกว่านี้ไม่ได้แล้วเรอะ!

ชุดของผมน่ะหรือครับ?

เออ....

ฮ่าฮ่าฮ่า~ไอ้ผมก็ตกใจ....นึกว่าโมโหอะไร....ที่แท้ก็หึงผมนี่เอง.....

แจจุงพูดพลางส่งยิ้มให้ร่างสูง รอยยิ้มที่มุมปากประดับไว้บนหน้าอย่างงดงาม เข้ากันได้ดีกับชุดที่ใส่... ทำเอายุนโฮเผลอมองอย่างลืมตัว.... ไม่แปลกเลยที่จะมีใครมารอรอยยิ้มของคนๆนี้ถึงหน้าห้องกรรมการฯนี้...

ใครหึงนาย.....ก็แค่ทุเรศลูกตา.... ยุนโฮก้าวผ่านแจจุง โดยไม่ลืมที่จะกระแทกให้ร่างบางเซไป เขาคว้าเสื้อโค้ดสีดำของเขาก่อนที่เสื้อโค้ดนั้นจะมาหล่นปุอยู่ที่ไหล่บาง

ใส่ซะ.....ถ้าเป็นหวัดขึ้นมา แม่จะด่าฉัน....หาว่าฉันไม่ยอมดูแล แจจุงลูกรัก

พี่เป็นห่วงกลัวผมจะไม่สบายก็บอกมาเหอะ.....ไม่ต้องเอาคุณป้ามาอ้างหรอก.....แจจุงพูดงอนๆ.... จะอะไรกันนักหนา แค่พูดว่าเป็นห่วงให้ชื่นใจหน่อยก็ทำไม่ได้....

ใครห่วง......พูดดีๆนะ....

พอเหอะ....ทะเลาะกับผมไม่เหนื่อยบ้างหรอ?

ก็เหนื่อยสิเจ้าบ้า!......

ถ้าเหนื่อยก็เดินไปกดน้ำให้ผมกินหน่อยสิ......ผมหิวน้ำอะ.....นะนะนะ......

หา!!

พี่ได้ยินไม่ผิดหรอก.....ก็พี่นั่นล่ะผิด...มาตวาดใส่ผมก่อนทำไมล่ะ.....พี่ผิด....ถ้าพี่เดินไปกดน้ำให้ผมผมอาจจะยกโทษให้พี่ก็ได้...... แจจุงว่าทำหน้าทะเล้น....

ฉันอยากญาติดีกว่านายตายล่ะ.....อยากกินก็ไปกดเองไป๊

ง่า.....พี่ยุนโฮใจร้ายที่สุด......

ว่าแล้วก็ลุกพรวดขึ้นไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาแทบจะสะดุดกระโปรงหน้าคะมำ แต่ร่างบางก็ยังวางมาด ออกจากห้องไปอย่างสง่าผ่าเผย??

ยุนโฮมองตามแจจุงไปจนร่างบางนั่นลับตา.... ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงมีความสุขเวลาที่ได้ทะเลาะกับเจ้าตัวปัญหานี่
นักก็เถอะ....

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



ร่างบางหยุดแช่อยู่ที่หน้าตู้น้ำอยู่เป็นเวลานาน ไม่ใช่เพราะว่าน้ำในตู้มันมากเกินจะเลือก แต่เป็นเพราะยังครุ่นคิดติดใจอยู่กับการกระทำที่ดูเหมือนคนปากอย่างใจอย่างของร่างสู
งเมื่อครู่นี้.... อดไม่ได้ที่จะคิดอะไรไปมากกว่านั้น....

รอยยิ้มบางฉาบบนในหน้าสวยหวาน มือเล็กๆเอื้อมไปหยิบกระป๋องน้ำที่อยู่ในตู้อย่างใจเย็น.... โดยไม่รู้เลยว่ากำลังมีภัยร้ายมาเยือนตนเองแม้แต่น้อย....

ภัยร้ายที่ว่าคืบคลานเข้ามาอย่างเยือกเย็น..... ชายหนุ่มตำแหน่งบอดี้การ์ดของคิม จุนซู ก้าวเข้าหาแจจุงจากทางด้านหลังช้าๆ ก่อนที่หนึ่งหนุ่มในนั้นจะมือหนากระแทกที่ท้ายทอยของร่างบางเข้าอย่างจัง.....

แจจุงล้มลงทั้งใด ร่างไร้สติถูกอุ้มขึ้นจากพื้น เนออนให้สัญญาณกับจีบอนว่าทางสะดวก ก่อนที่ทั้งสองจะพา คุณหนูใหญ่ ของตระกูลคิมไปยังสถานที่บางแห่ง.....

สถานที่ที่จะทำให้แจจุงกลับมาเป็นแจจุงคนเดิมไม่ได้อีกต่อไป.....


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ด้านยุนโฮที่รออยู่ในห้องกรรมการฯ เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวยุ่งหายไปนานก็เริ่มกระสับกระส่าย จะไม่ให้ร้อนใจได้อย่างไร ก็ในเมื่อใกล้จะถึงเวลาเข้าประกวดแล้ว..... ทำไมเจ้านั่นไร้ความรับผิดชอบแบบนี้นะ......

ยุนโฮตัดสินใจที่จะไม่รอแจจุงต่อไป ร่างสูงลุกขึ้นจากโซฟาหลังจากรอมานานจนตะคริวกินแทบทั้งตัว เขาแทบจะนับไม่ถูกว่าตัวเองคอยมองนาฬิกามากี่รอบแล้ว สองเม้าก้าววนรอบๆห้อง เอาวะ...รออีกซัก2นาที....

ถ้าเจอล่ะก็...จะประทานมะเหงกให้ซักที.... โทษฐานให้รอนาน.....

ทว่าไม่ทันจะได้ถึงหนึ่งนาที ประตูก็เปิดเข้ามาอย่างแรง จนกระแทกกับผนังห้องดังโครมใหญ่ ยุนโฮมองผู้มาใหม่อย่างชั่งใจ.... ก่อนจะเอ่ยปาก

วิ่งไล่ควายรึไง....รีบร้อนอะไรขนาดนั้นวะยูชอน.....ยุนโฮพูดออกจะติดตลก.... แต่คนฟังกลับไม่ได้ตลกตามเลยแม้แต่นิด....

ฉันตามหาแจจุงทั่วโรงเรียนแล้ว....ที่นี่เป็นที่สุดท้าย.....แจจุงไม่ได้อยู่กับนาย?.....

แล้วหายไปไหน!......

ฉันควรจะถามแกนะยุนโฮ......มีคนบอกว่าเห็นแกอยู่ด้วยกันครั้งสุดท้ายก่อนแจจุงจะหายไป..... ยูชอนครุ่นคิดซักครู่..... ก่อนจะโพลงออกมา แจจุงหายไป!!!

ฉันจะไปตามเอง.... ร่างสูงแทบจะกระโจนออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด ทว่า ก็ถูกเพื่อนตัวดีรั้งเอาไว้ไม่ให้ไปไหน

แล้วการประกวดล่ะ!!
ช่างมัน.....

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ความเจ็บปวดแล่นปราดทั่วร่างยามเมื่อลืมตาขึ้นมา.... สิ่งที่สายตาของแจจุงพอจะทอดมองได้ตอนนี้มีเพียงความมืด.... ที่ท้ายทอยยังปวดแปลบระบม จะเอื้อมมือไปจับก็ไม่ได้ มีอะไรรั้งเอาไว้!!....

สองมือของเขาถูกไขว้มัดไว้ด้านหลัง... แจจุงรู้ทันทีว่านี่เป็นฝีมือของใคร....

ไม่นานนัก ประตูห้องเก็บของก็ถูกเปิดออกโดยการ์ดซ้ายและขวาของจุนซู.... แจจุงแสยะยิ้มส่งให้... อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด.... ทั้งสองนั่งลองยองๆตรงหน้าแจจุง ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะใช้มือขวาตะบบเข้าที่ต้นคอขาวอย่างแรง!

ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง....คุณคิมแจจุง....

พวกแกต้องการอะไร!!

แทบจะตะโกนออกไป.... ทว่าก็หายใจไม่ออก เพราะแรงบีบรัดที่ต้นคอยิ่งแน่นหนามากยิ่งขึ้น แต่แจจุงยังไม่หมดฤทธิ์เพราะเรื่องเพียงเท่านี้ เขาถ่มน้ำลายใส่หน้า คิม จีบอน ด้วยความแค้น ชายหนุ่มเลือกที่จะปาดน้ำลายของคุณหนูแจจุงออกช้าๆ อย่างไม่ใช้อารมณ์.....

เนออน.....เรียกพวกข้างนอกเข้ามาสิ..... ชายหนุ่มพูเสียงเรียบ.... ให้เข้ามาสนุกกับร่างกายคุณหนูแจจุงหน่อยเป็นไง?

พ.....พวกแกจะทำอะไร!!

สร้างความสุขให้กับคุณหนูไงครับ.... เนออนที่เงียบมานานเอ่ยขึ้น.... กลังจากพาพวกข้างนอกที่ว่าเข้ามายังห้องเก็บของที่มีเพียงแสงสว่างจากนอกห้องสาดเข้า
มา....

ประตูห้องถูกปิดลง....

และแล้วความมืดก็เข้าครอบคลุมทุกสิ่งอย่าง.... พร้อมหัวใจที่อ้างว้าง...

อ...อย่านะ!!!

ชายฉกรรจ์จำนวน5-6คนย่างกรายเข้ามาใกล้แจจุงเรื่อยๆ..... แจจุงเพิ่งรู้สึกกลัวจับใจก็วันนี้.... ในใจร้องเรียกหาแต่ร่างสูงที่ไม่เคยแม้แต่จะหันมามองตน.... แม้จะรู้ว่ายังไงเขาก็ไม่มีทางมาองมาที่ตัวเอง... แต่ก็ยังจะคิดถึงเขาอยู่ร่ำไป... อยู่ในเหตุการณ์อันตรายอย่างนี้....



ยังแอบนึกว่า...ถ้าเราเป็นอะไรไป.....

เขาจะเป็นห่วงเราบ้างไหม?....

จะแค้นแทนเราบ้างไหม?....
แต่มันคงเป็นไปไม่ได้สินะ....

ความฝันที่คงไม่เป็นจริงนั่น.....

เวลานี้เอง ที่แจจุงได้แต่ก้มหน้าทำใจยอมรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น.... มันคงไม่เป็นไรสินะ... ถ้าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง.... คราวที่แล้วก็เจ็บปางตาย.... ที่ต้องซ้ำชั้น ต้องย้ายโรงเรียนก็เพราะเรื่องแบบนี้.... อีกแล้วสินะ... ที่หนีมันไม่พ้น....

เมื่อไม่มีใครมาช่วย...ก็คงน้องก้มหน้ารับกรรมไป.....

แควก.....

ชุดราตรีสีเหลืองที่ดูสวยสดงดงามเมื่ออยู่บนร่างบางนี้ ถูกฉีกออกอย่างไม่มีชิ้นดี... ชายแปลกหน้า รุมเล้าโลมเลียกันอย่างสนุกสนาน... แจจุงทำได้เพียงหลับตา ปล่อยให้น้ำตาแห่งความอ่อนแอไหลไปช้าๆ ภาวนาให้เรื่องนี้มันจบๆไปซะที....

ปลงซะที... ในเมื่อทำอะไรไม่ได้เลย....

ความกลัวกัดกินหัวใจ ดวงเล็กๆ ถึงเวลาแล้วสินะ.....

ต้องออกไปจากชีวิตเขาซะที...


ปัง!!!!


ประตูถูกกระแทกอย่างแรกกับผนัง.... ใครบางคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอ กลับก้าวเข้ามาอย่างสง่าผ่าเผย... ยุนโฮกระโจนเข้าหาชาย5 คนก่อนจะซัดหมัดเสยคางอย่างแรง คนหนึ่งล้มลงกับพื้น อีกคนนึงเข้าหา ก็โดนลูกเตะยันติดกำแพง....

อีกสามคนเข้ามารุมยุนโฮ สิ่งสุดท้ายที่สายตามองเห็นคือยุนโฮกำลังเสียเปรียบ.... แจจุงยิ้มให้กับตัวเอง... ฝันสินะ.... ต้องเป็นฝันแน่ๆ....

ทำไมช่างเหมือนจริงอย่างนี้นะ.....

เรากำลังเพ้อใช่ไหม.....

.....ยุ....นโฮ......

แจจุง!!!

แจจุง!!!!


ร่างตรงหน้าหมดสติไปต่อหน้าต่อตา..... ทำเอายุนโฮแทบคลั่ง.... จัดการ รู้เพียงว่าต้องสู้เท่านั้น.... ไอ้พวกสารเลวเอ้ย!!!!!!!!!! สองมือก็ยังคงกวัดหมัดออกไป ไม่กลัวว่าจะทำใครตาย รู้ว่าถ้าไม่รีบตอนนี้แจจุงอาจจะเป็นอะไรไปก็ได้....

ทั้งสามคนที่เหลือทรุดลงกับพื้น สภาพไม่ต่างกับหมาข้างถนนที่คนเอาไม้ไล่ตี เมื่อสบโอกาสหนีพวกมันก็เผ่นแนบ ทิ้งไว้เพียงคนสองคน อีกคนนึงเหนื่อยหอบอยู่ที่พื้น... อีกคนหลับใหลไม่ได้สติ ดวงตาเรียวเล็กของยุนโฮหรี่มองแจจุงที่นอนอยู่อีกฝั่งฟากของตน.... ร่างสูงค่อยๆลุกขึ้นช้าๆ.... ก่อนจะยกร่างบางขึ้นเหนือพื้น....

มือหนาลูบศีรษะเบาๆราวกับจะปลอบประโลม....


.....นายเป็นหนี้บุญคุณฉันอีกแล้วนะ....

คราวนั้นที่ฉันให้นายยืมเสื้อโค้ดไง.....

จำไม่ได้หรอ......

ร่างสูงอุ้มแจจุงให้อยู่ในท่าที่สบาย.... รอยยิ้มอ่อนโยนค่อยๆผุดขึ้น ยุนโฮกระซิบที่ข้างหูร่างบางเบาๆ

ฤดูฝนเมื่อปีก่อน......ที่นายตากฝนจนเสื้อเปียกเห็นอะไรไปถึงไหนต่อไหน.....

จำได้ไหม....ที่ฉันทักนายว่าหน้าคล้ายยองอุงวงดงบังชินกินน่ะ....

จำให้ได้นะแจจุง.....

เพราะฉันไม่เคยลืมมันเลย.......


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



งานประกวดสุดท้ายแจจุงและยุนโฮก็ไม่ได้ประกวด เมื่อยุนโฮอุ้มแจจุงไปพร้อมร่างสะบักสะบอมมาถึงหน้าเวที แล้วทรุดลงกับพื้น ผลคือต้องส่งโรงพยาบาลทั้งคู่.....

ยูชอนเป็นคนจัดการทุกสิ่งทุกอย่างให้เพื่อนของเขาและแจจุง พร้อมกับโทรไปบอกแม่ของยุนโฮให้เสร็จสรรพ..... ร่างสูงเดินออกมาจากเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาล ก่อนจะจ้ำอ้าวขึ้นรถแล้วตรงไปที่บาร์ทันที......

เขารู้สึกไม่สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย....
เขารู้ว่าเรื่องนี้ใครเป็นคนบงการ.....

คนที่อยากทำลายแจจุงที่สุดทำไมจะไม่รู้.....
คนที่ต้องการจะแย่งยุนโฮมาเป็นของตัวเอง....

ยูชอนกำพวงมาลัยแน่น เลือดในตัวมันเดือดปุด..... รถเฟอรารี่สีแดงแล่นไปด้วยความเร็วสูง บนถนนกรุงโซล..... จุดมุ่งหมายคือ แมนชั่นชั้นที่ 12 ของ คิม จุนซู......

วันนี้ต้องสะสางให้รู้เรื่อง!!

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

กิ๊งก่อง~ กิ๊งก่อง~ กิ๊งก่อง~ กิ๊งก่อง~

เสียงออดกดรัวหลายครั้งสามารถบอกอารมณ์ของคนกดได้อย่างดี เพราะอย่างงั้นจุนซูจึงรีบไปเปิดประตู.... เมื่อเปิดแล้วก็ต้องพบกับคนที่กำลังคิดถึงอยู่เมื่อครู่....

ปาร์ค ยูชอนนั่นเอง....

พี่...เข้ามาก่อนสิครับ....

ในเวลานี้ยังไม่อยากจะเอ่ยอะไรมาก.... ก็หน้ายูชอนเหมือนกินรังแตนมาทั้งรัง.... ถ้าไม่เจอเรื่องไม่ดีมา... ก็ต้องทะเลาะกับใครมาเป็นแน่แท้....

ยูชอนลงนั่งบนโซฟาเหมือนกับเป็นเจ้าของ ร่างสูงไขว้ห้าง จ้องหน้าจุนซูไม่กระพริบ...

พี่ครับ.....แจจุงเป็นยังไง...บ้าง? ร่างเล็กเอ่ยถามขณะที่ทรุดตัวลงนั่งข้างๆยูชอน... ทว่าเพียงแค่ได้ยินเสียงจุนซูเท่านั้นก็หันมองตามเสียงด้วยสายตาเย็นชา....

ให้พูดเรื่องจริงคือจุนซูเพิ่งจะรู้ข่าวของแจจุงเมื่อเย็นนี้เอง..... สังหรณ์ใจไม่ดีว่าจะเกี่ยวข้องกับแม่ของเขา.... ขออย่าให้เรื่องที่เขาไม่สบายใจเป็นเรื่องจริงเลย.....

ฉันขอถามอะไรอย่าง.....

ยูชอนที่เงียบอยู่นาน สบสายตากับร่างเล็ก.... ราวกับจะค้นความในใจทั้งหมดที่มีอยู่ จุนซูเบือนหน้าหนีเพราะหัวใจที่เต้นตุ๊บตับ กลัวมันทำพิษ.... กลัวคนตรงหน้ารู้ว่าเขาคิดอะไร.... กลัวยูชอนรู้ว่าเขาคิดกับยูชอนมากกว่าพี่ชายที่แสนดี......

ได้สิครับ.....จุนซูตอบยิ้มๆ....

เรื่องทั้งหมด....เป็นฝีมือนายใช่ไหม...จุนซู.....?

เอ๋?....เรื่องแจจุงหรือครับ?......ผ...ผมไม่รู้เรื่อง.....

อย่ามาทำหน้าซื่อตาใส....ฉันไม่เชื่อหรอก....คนๆเดียวที่ต้องการจำทำลายแจจุงก็คือนาย....ทำไมต้องเพฤติกรรมโหดร้ายแบบนี้มาใช้กับแจจุงด้วย!!!......ฉันมองนายผิดไปจริงๆ.....ไม่น่าหลงเชื่อว่านายเป็นคนดี....ไม่น่าร่วมมือวางแผนกับนาย.....อีกหน่อยนายก็จะตลบหลังฉันแบบที่ทกับแจจุงใช่ไหมล่ะ!!!

ม....ไม่ใช่...

จุนซูเอ่ยเสียงเศร้าน้ำตาคลอหน่วย.... ทำไมเรื่องราวทั้งหมดถึงต้องมาเกิดขึ้นกับเขาล่ะ.... อยุ่ดีๆยูชอนเป็นอะไรไป.....? อะไรทำให้ยูชอนคิดแบบนี้..... ทำไมพี่ชายที่เคยเชื่อใจ กลับเป็นแบบนี้?..... ใบหน้าขาวส่ายไปมา หากแต่ยูชอนคิดเป็นอีกอย่าง..... สำออยงั้นหรอ..... พอทำผิดก็คิดจะมาร้องขอความเห็นใจงั้นหรอ....

คนอย่างนายน่ะ......มันต้องได้รับความเจ็บปวดบ้าง...ถึงจะสาสม!!

ยูชอนทะลึ่งพรวดขึ้นจากโซฟา ก่อนจะย่างสามขุมเข้ามา แววตาเย็นชาจ้องมองร่างบางไม่กระพริบ ราวกับจะกลืนกินทั้งตัว.... ครั้งแรกที่จุนซูกลับยูชอนจับใจ.... มือหนายึดใบหน้าเล็กเข้ามาประกบริมฝีปากอย่างรุนแรง จุนซูเลือกที่จะขัดขืนโดยการกัดแรงๆที่ริมฝีปากของยูชอนอย่างตั้งใจ....

ร่างสูงยอมผละออกมา.... ใช้นิ้วปาดเลือดที่ไหลซิบ.... ก่อนจะแย้มยิ้มเย็นชา...

กัดหรอ!!....นายเจอดีแน่!!!

ยูชอนผลักร่างเล็กให้ล้มลงบนโซฟา ก่อนจะใช้มือกระชากเสื้อเชิ้ตสีขาวขาดลุ่ย.... กระดุมเม็ดขาวหลุดกระเด็นตกลงพื้น... หากยังไม่อาจหยุดยั้งอารมณ์คุกรุ่นของร่างสูงได้.....

ค่ำคืนนี้เอง.... สิ่งที่หายไปไม่อาจกลับคืน คือความอ่อนโยนที่เคยมีให้กัน.... ถูกทำลายมันไม่เหลือซาก...... แม้ความห่วงใย ในแววตาที่เคยส่งถึง.... ไม่อาจรับรู้ถึงความรู้สึกดีๆนั่นได้อีกแล้ว.....

สิ่งนี้ที่หายไป....
ยากจะเรียกคืน....

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++